Ashtanga Yoga Center of Bangkok, Ashtanga Yoga Center of Bangkok
was successfully added to your cart.

Cart

Ashtanga Yoga Center of Bangkok, Ashtanga Yoga Center of Bangkok

Ashtanga Yoga special class once a year Kru Boonchu taught us some techniques with know your strength on Sunday 7 April. คลาสพิเศษนี้ครูบุญชู ตั้งใจจัดขึ้นปีละครั้ง ครูได้ถ่ายทอดเทคนิคดีๆ ทั้งรวบรวมประสบการณ์การจากฝึกของตัวของครูบุญชูเอง Ashtanga Yoga Center of Bangkok.

Ashtanga Yoga Center of Bangkok

Ashtanga Yoga special class once a year Kru Boonchu taught us some techniques with know your strength on Sunday 7 and 21 April 2019.

คลาสพิเศษในวันอาทิตย์ที่ 7 และ 21 เมษายน 2019. นี้ครูบุญชู ตั้งใจจัดขึ้นปีละครั้ง ครูได้ถ่ายทอดเทคนิคดีๆ ทั้งรวบรวมประสบการณ์การจากฝึกโยคะมากกว่า 10 ปี ที่เมืองมัยซอร์ ประเทศอินเดีย ของตัวของครูบุญชูเอง

Ashtanga Yoga special class once a year Kru Boonchu taught us some techniques with know your flexibility on Sunday 21 April 2019.

Ashtanga Yoga special class once a year Kru Boonchu taught us some techniques with know your flexibility on Sunday 21 April.

ในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019. ครูบุญชูพูดถึง Stability, Mobility, Flexibility

– Stability (ความมั่นคง) ประกอบไปด้วย Mind (จิตใจ) และ Body (ร่างกาย)

– Mobility (การเคลื่อนไหว)

– Flexibility (ความยืดหยุ่น)

เมื่อร่างกายมีความหยืดหยุ่น จิตใจก็มีผลกับร่างกาย ทำให้เราสามารถมีความเคลื่อนไหวที่มั่นคงเมื่ออยู่ในการทำท่าอาสนะได้คะ.

Ashtanga Yoga special class once a year Kru Boonchu taught us some techniques with know your strength on Sunday 7 April 2019.

เริ่มที่ครูบุญชูได้พูดถึงหัวข้อ Mental และ Physical. เรามาดูหัวข้อแรกคือ Mental ดังต่อไปนี้นะคะ.

Mental (จิตใจ)

– Yama (Eight Limps of Yoga)

– Niyama (Eight Limps of Yoga)

เริ่มที่หัวข้อแรกกันคะ Yama (ยมะ)

1. ยมะ (Yama) หมายถึง ทัศนะคติของเราที่มีต่อสิ่งต่างๆและคนอื่นๆรอบตัวเรา หมายถึง วินัย การยับยั้ง ทัศนคติ หรือ พฤติกรรม ซึ่งก็คือ “ศีล” ของชาวพุทธนั่นเองค่ะ ยมะมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่

>> อหิมสา (Ahimsa) หมายถึง การไม่เบียดเบียนผู้อื่นและตนเอง ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ รวมถึงไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน หมายถึง ความกรุณา มิตรภาพ และการคิดถึงคนอื่นๆและสิ่งต่างๆอย่างใคร่ครวญ ตรงกับศีลข้อที่หนึ่ง

>> สัตยะ (Satya) หมายถึง การไม่พูดปด มีสัจจะวาจา ไม่โอ้อวดตน ไม่ข่มเหงผู้อื่น เราควรพิจารณาว่าจะพูดอะไร สิ่งที่เราพูดจะมีผลอะไรกับผู้อื่นหรือไม่ บทความหนึ่งจากมหาภารตะกล่าวว่า “จงพูดความจริงที่น่าพอใจ อย่าพูดความจริงที่ไม่น่าพอใจ จงอย่าพูดปด แม้ว่าถ้อยคำโป้ปดนั้นจะรื่นหู นี่คือกฎที่ไม่มีวันตายหรือธรรมะ” ตรงกับศีลข้อที่สี่

>> อัสเตยะ (Asteya) หมายถึง การไม่เอาอะไรที่ไม่ใช่ของเรา ไม่ลักขโมยทั้งสิ่งที่มีและไม่มีชีวิต ไม่หาประโยชน์จากผู้อื้น ตรงกับศีลข้อที่สอง

>> พรหมจรรย์ (Brahmacharya) หมายถึง การไม่ผิดลูกและภรรยาของผู้อื่นการมีสามีและภรรยาเดียว ตรงกับศีลข้อที่สาม

>> อปริครหะ (Aparigraha) หมายถึง การไม่สะสมทรัพย์เกินควร ไม่โลภ เอาเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและไม่ฉวยประโยชน์จากสถานการณ์

– Niyama (นิยะมะ)

  1. นิยมะ (Niyama) หมายถึง ทัศนคติที่เราประยุกต์กับตัวเราเอง หรือจริยธรรมหรือข้อควรปฏิบัติ 5 ประการ

>> เศาจะ (Saucha) หมายถึง ความบริสุทธิ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ความสะอาดภายในจะเกี่ยวกับสุขภาพอวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานได้ดี รวมทั้งความชัดเจนแจ่มใสของจิตใจ การฝึกอาสนะและปราณายามะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบรรลุถึงเศาจะภายใน

>> สันโดษ (Santosa) หมายถึง ความพอประมาณและความรู้สึกพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว การยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้น หมายรวมถึงกิจกรรมทางจิตใจ

>> ตบะ (Tapas) หมายถึง ความอดทนอดกลั้น การตั้งมั่นในสิ่งที่เราทำอยู่ ความเคร่งครัด การจดจ่อ

>> สวาธยายะ (Svadhyaya) หมายถึง การใฝ่รู้ การศึกษาทางโลกและธรรม การศึกษาตนเอง การเรียนรู้ทุกชนิดที่ช่วยให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น

>> อีศวรประณิธาน (Isvara pranidhana) หมายถึง การศรัทธายึดมั่นในศาสนาและประเพณีที่เราปฏิบัติอยู่

องค์แปดของโยคะ (Eight Limbs)

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “อัษฎางคโยคะ” (Astanga yoga) ซึ่งหมายถึง “บันได 8 ขั้นสู่องค์สมาธิ” ที่พระศิวะได้วางไว้ให้ผู้ปฏิบัติโยคะต้องเดินตามเพื่อไปสู่สภาวะสูงสุดของจิตวิญญาณ หรือ “โมกษะ (นิพพาน นิรวรรณา)” องค์แปดหรือบันไดแปดขั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

1. ยมะ (Yama) หมายถึง ทัศนะคติของเราที่มีต่อสิ่งต่างๆและคนอื่นๆรอบตัวเรา หมายถึง วินัย การยับยั้ง ทัศนคติ หรือ พฤติกรรม ซึ่งก็คือ “ศีล” ของชาวพุทธนั่นเองค่ะ ยมะมี 5 องค์ประกอบ

2. นิยมะ (Niyama) หมายถึง ทัศนคติที่เราประยุกต์กับตัวเราเอง หรือจริยธรรมหรือข้อควรปฏิบัติ 5 ประการ

3. อาสนะ (Asana) หมายถึง กระบวนการฝึกฝนทางร่างกายให้เกิดความคงทนและความสมดุลต่อการเจ็บป่วยและความเสื่อม เป็นกระบวนการพัฒนาเพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย มีอาสนะพื้นฐาน 32 อาสนะ

4. ปราณายามะ (Pranayama) หมายถึง การมีสติอยู่กับลมหายใจ การบริหารลมหายใจหรือลมปราณ

5. ปรัตยาหาระ (Pratyahara) หมายถึง การสำรวมอินทรีย์ การควบคุมอารมณ์ กิเลส พฤติกรรม ความรู้สึก ความต้องการ ความคิด ให้เป็นบวก ให้มีสติเท่าทันอารมณ์ ให้มีความสงบและเกิดปัญญา ประสาทสัมผัสทั้งห้าจะไม่ขึ้นกับสิ่งเร้าและไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าอีกต่อไป เราไม่สามารถทำให้ปรัตยาหาระเกิดขึ้นได้ เราทำได้เพียงแค่ฝึกวิธีการที่อาจทำให้มันเกิดขึ้น

6. ธารณา (Dharana) หมายถึง การถอนอารมณ์จากสิ่งที่เรายึดมั่นอยู่ว่าเป็นของเรา การมีสมาธิจดจ่อในสิ่งที่ทำหรือมุ่งความสนใจไปในทิศทางเดียว (ไม่ใช่สมาธิ)

7. ธยานะ (Dhyana) หมายถึง การเชื่อมโยงระหว่างตัวตนกับวัตถุ ต้องเกิดธารณาก่อนจึงจะมีธยานะ เนื่องจากจิตใจจำเป็นต้องจดจ่อกับวัตถุหนึ่งก่อนที่การเชื่อมโยงจะเกิดขึ้น

8. สมาธิ (Samadhi) เป็นเป้าหมายสูงสุดของการฝึกจิต เข้าสู่ภาวะสุญตา คือ ความว่าง สมาธิ คือ ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เมื่อเราสามารถดื่มด่ำกับอะไรบางอย่างจนจิตใจของเรากลายเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งนั้นอย่างสมบูรณ์ นั่นคือ เราอยู่ในสภาวะสมาธิ

หัวข้อถัดมาคือ Physical

Physical (ร่างกาย)

1. Asana > Posture

2. Pranayama > Breath

ครูบุญชูได้เน้นให้เราทำความรู้จักกับร่างกายและข้อต่อส่วนต่างๆ ให้ความสำคัญกับการเข้าท่าได้ถูกหลักและปลอดภัย การ Movement ของ Vinyasa ในเซตท่าพื้นฐานให้ถูกต้องเพื่อสร้างความแข็งแรงนำไปสู่ท่าอาสนะต่างๆได้ง่ายขึ้น.

จุดเริ่มต้นสำคัญก็คือ “อุชชายี ปราณยามะ” (Ujjayi Pranayama) หรือลมหายใจแบบอุชชายี ซึ่งเป็นการหายใจด้วยลำคอ โดยการหายใจผ่านหลอดลมจน  ทำให้เกิดเสียงเบาๆ ในลำคอในขณะที่หายใจ

เสียงนี้ถูกเรียกว่า “เสียงอุชชายี” ช่วยให้เกิดลมหายใจอย่างต่อเนื่อง และช่วงสร้างความร้อนขึ้นในร่างกาย เอื้อต่อการยืดและฝึกอาสนะ รวมถึงทำความสะอาดร่างกายผ่านทางเหงื่อที่ขับออกไป

ตามลำดับ โดยการฝึกแนวอัษฎางคโยคะนั้น มี 3 ชุดท่า คือ

  1. ขั้นพื้นฐาน (Primary)
  2. ขั้นกลาง (Intermediate)
  3. ขั้นสูง (Advance) มี 4 ซีรีย์ คือ A, B, C, และ D

เริ่มด้วย “สูรยนมัสการ” (Suryanamaskara) และ “ท่ายืน” (Standing Asana) และทุกชุดจะต้องจบลงด้วย “ชุดท่าโค้งหลัง” (Back Bending) และ “ชุดท่าจบ” (Finishing Sequence) ตามลำดับ ดังนี้

  • สูรยนมัสการ A หรือ ท่าไหว้พระอาทิตย์แบบ A (Suryanamaskara A)
  • สูรยนมัสการ B หรือ ท่าไหว้พระอาทิตย์แบบ B (Suryanamaskara B)
  • ท่ายืน (Standing Asana)
  • อาสนะขั้นพื้นฐาน (Primary Asana หรือ Primary Series)
  • อาสนะขั้นกลาง ( Intermediate Asana หรือ Intermediate Series)
  • อาสนะขั้นสูง (Advance A Asana หรือ Advance A Series)
  • อาสนะขั้นสูง (Advance B Asana หรือ Advance B Series)
  • อาสนะขั้นสูง (Advance C Asana หรือ Advance C Series)
  • อาสนะขั้นสูง (Advance D Asana หรือ Advance D Series)
  • ชุดท่าโค้งหลัง (Back Bending)
  • ชุดท่าจบ (Finishing Sequence).                          นอกจากนี้ครูบุญชูได้พูดถึง 5 Ds มีดังต่อไปนี้.   1. Determination (การกำหนด).                  2. Dedication (การอุทิศ).                              3. Discipline (วินัย).                                       4. Diversity (ความแตกต่าง).                         5. Direction (การจัดทิศทาง)                          5 Suffering Yoga มีดีงต่อไปนี้.                        1. ignorant (ความไม่รู้จริง).                           2. Ego (ความถือเอาตัวเองเป็นสำคัญ).          3. Attachment (การยึดติด).                        4. Feeling discipline (วินัย)                          5. Fear (ความกลัว)

ครูบุญชู ให้เราทำท่า plank ใช้นิ้วมือวางพื้นโดยยกฝ่ามือและข้อมือขึ้น ให้รเราใช้กำลังของหน้าท้องและขาเพิ่มมากขึ้น บอกได้เลยว่ามันไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากคะ ค้างในท่านี่เหงื่อไหลย้อยเลยคะ สนุกมากๆ😃

ท่านี้ครูบุญชูกำลังทำท่า ที่ใช้ความแข็งแรงของแขนและความยืดหยุ่นของข้อมือ การวางมือนิ้วทุกนิ้วช่วยรับน้ำหนัก เมื่อหัวไหล่ที่โล้ลำตัวไปข้างหน้า ทำให้รู้สึกหนักมากกว่าปกติ ท่านี้ยากคะ! ยังต้องใช้ความแข็งแรงของหน้าท้องอีกด้วย แต่เมื่อข้อมือและข้อต่อมีความยืดหยุ่น พร้อมทั้งแขน ไหล่ หน้าท้องที่แข็งแรง อะไรก็เป็นไปได้คะ😃

บรรยากาศคลาสพิเศษวันนั้น พวกเราสนุกสนานและเป็นกันเองมากคะ ครูให้พวกเราจับคู่เพื่อฝึกท่าต่างๆ🤪

ครูบุญชูให้พวกเรายืนก้มตัว ยืดกระดูกสันหลัง ให้วางเท้าโดยแยกปลายเท้าออก สอดฝ่ามือไปใต้ฝ่าเท้า โดยให้สูบหน้าท้องเข้าและให้หน้าท้องใกล้ต้นขา เพื่อเพื่ม space(พื้นที่ว่าง) ในการเข้าท่าที่สบายมากขึ้นคะ

เมือมีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อสะโพกและข้อแต่สะโพก ความยืดหยุ่นของ Hamstring หรือเส้นแฮมสะตึง! ล้อเล่นคะ อันนี้คิดเอง! ฮ่าๆ😄และ กล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรง ขาพาดคอได้ง่ายๆสบายๆเลยคะ

ทุกคนพร้อมเพียงทำท่า Dhanurasana สวยงามที่สุดเลยคะ

ครูบุญชู ถ่ายทอดเทคนิคและการหาจุดสมดุล(Balancing) การฝึกท่า Handstand สาถิตโดยครูเอ็ม สุดหล่อประจำที่ Ashtanga Yoga Center Of Bangkok.

Ashtanga Yoga Center of Bangkok

Krujanie Yoga Certifications and Bangkok Yoga Classes.

  1. 200 hours Teacher Training Bangkok Yoga School. from Bangkok Thailand.
  2. 200 hours Teacher Training Course. (RYS) from Ananda Yoga Shala. Swargashram, Rishikesh,India.
  3. 40 hours International Hatha Yoga(Advance) Teacher Training (YAA) from Kriyoga Bangkok,TH.
  4. 30 hours Advanced Training from Satit Yoga Studio Bangkok,TH.
  5. Certificate of Practice for 6 days from Yoga Vidya Kurukul. Nashik,Maharashtra,India.
  6. (First Aid – CPR and AED Training Course) from Fit Bangkok,Thailand.
  7. 300 hours Yoga Teacher Training Course at Rishikul Yogshala. (YTTC) Rishikesh,India

Contact Krujanie for more information or to book a private lesson: +6814497448

Follow me on Instagram and Youtube. You can also message me on line.

Other posts you may like:

Intermediate Headstand Variations

Yoga Tripod Headstand Pose

Yoga Back Drop

Teaching Yoga at Sundance Yoga Studio

Teaching Yoga at Yoga Plus by KJ Studio

Ashtanga Yoga Center of Bangkok, Ashtanga Yoga Center of Bangkok

Author Phensurats Kaphandung

More posts by Phensurats Kaphandung

Leave a Reply

ashtanga-yoga-center-of-bangkok-krujanie-yoga
%d bloggers like this: